บทความสุขภาพ
Feed

วิตามินดี กับการเสริมสร้างกระดูก

19 April 2021

 

วิตามิน D คืออะไรและหาได้จากที่ไหน?

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จัก Vitamin D กันก่อนเพราะโดยปกติวิตามินที่เราคุ้นเคยก็จะมี Vitamin C ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย Vitamin E ที่ช่วยเรื่องผิวพรรณโดย Vitamin D นั้นจะช่วยเรื่องกระดูกเป็นหลักปกติวิตามินจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลักๆ คือ กลุ่มที่ละลายในไขมัน ซึ่งก็คือ วิตามิน A, D, E และ K ส่วนวิตามินตัวอื่นๆ เช่น Vitamin B และ C จะละลายในน้ำ วิตามินที่ละลายในไขมันนั้นอาศัยไขมันในการช่วยดูดซึมและสามารถเก็บสะสมในร่างกายได้โดยปกติร่างการเราสามารถสร้าง Vitamin D ได้เองจากการจาการสัมผัสแสงแดดโดยมากับรังสี UVB, ในอาหาร เช่นปลาที่มีไขมันสูง เช่นปลา salmon, tuna, sardine, ไข่แดง, ผลิตภัณฑ์จากนมที่เสริม Vitamin D

 

แล้ว Vitamin D สามารถช่วยเรื่องกระดูกได้อย่างไร?

เมื่อกล่าวถึงกระดูกสิ่งแรกที่นึกถึงคงหนีไม่พ้น Calcium แต่จริงๆ แล้วตัวที่สำคัญมากไม่แพ้กันคือ Vitamin D ที่ช่วยในการดูดซึม Calcium จากลำไส้ของเราเพื่อให้เดินทางต่อไปสะสมที่กระดูกได้ดีขึ้นนอกจากนี้ยังช่วยลดการสลาย Calcium จากกระดูกออกมาใช้ได้อีกด้วยดังนั้นหากเราขาด Vitamin D จึงส่งผลให้มวลกระดูกลดลงจนนำไปสู่ภาวะกระดูกบางและกระดูกพรุนได้ และอาจเสี่ยงต่อกระดูกหักได้มากขึ้นนอกจากนี้ยังมีงานวิจัยสนับสนุนข้อดีอื่นๆ อีกมากมายของ Vitamin D ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเพิ่มการหลั่งอินสุลินทำให้เกิดการเผาผลาญน้ำตาลมากขึ้น ช่วยในเรื่องกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย รวมไปถึงช่วยให้สมองหลั่งสาร serotonin มากขึ้น ช่วยลดภาวะเครียดได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

 

หากเราผลิต Vitamin D ได้เองแล้วเรายังจำเป็นต้องปริมาณ Vitamin D อีกหรือไม่?

ถึงแม้ว่าเราจะเป็นเมืองร้อนและแดดดีมากเกือบตลอดทั้งปี แต่ว่า lifestyle ของเราก็เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสแสงแดดที่ลดลงรวมไปถึงการใช้ครีมกันแดดมากขึ้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงอื่นที่มาพร้อมแสงแดด เช่น ผิวหมองคล้ำ หรือมะเร็งผิวหนังหรือเป็นกลุ่มที่ทานอาหารมังสวิรัติหรือไม่รับประทานเนื้อปลานอกจากนี้ก็จะมีบางกลุ่มที่มีปัญหาการดูดซึมบกพร่อง หรือการผ่าตัดลำไส้ส่วนต้น หรือการทานยาบางตัว เช่นยากันชัก ยาขยายหลอดลม หรือยารักษาวัณโรคบางตัวก็จะทำให้มีความเสี่ยงที่จะมี ภาวะ Vitamin D ต่ำได้โดยการตรวจ Vitamin D เราจะตรวจ ระดับ 25- Hydroxy Vitamin D ในเลือดและแสดงผลออกมาเป็น 3 ระดับคือ ปกติ, ภาวะพร่อง Vitamin D และภาวะขาด Vitamin D ซึ่งข้อมูลนี้ก็จะช่วยในการให้คำแนะนำและวางแผนการดูสุขภาพได้ดียิ่งขึ้น ปริมาณที่แนะนำต่อวัน Daily Allowance คือ 800-1000 IU/วันถ้าหากมีภาวะพร่อง Vitamin D ก็จะมีการแนะนำด้านโภชนาการร่วมกับรับประทาน Vitamin เสริม คือ Vitamin D3 หรือ Cholecalciferol ถ้าหากเป็นกลุ่มที่รับประทานมังสวิรัติก็จะเป็น Vitamin D2 ที่มาจากพืชหรือ Ergocalciferol แต่ในกลุ่มที่ขาดมากร่วมกับมีภาวะโรคเรื้อรังเช่น โรคตับ โรคไตที่ไม่สามารถเปลี่ยน Vitamin D3 หรือ D2 ให้เป็นลักษณะที่ใช้โดยร่างกายได้จำเป็นต้องมีการประเมินให้เป็น Active form ของ Vitamin D ที่สามารถทำให้ผู้ป่วยสามารถนำมาใช้ได้ง่ายขึ้น

 

 

 

ข้อมูลโดย: พญ.ธนิกานต์ สู่พานิช แพทย์ทประจำศูนย์ตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์

.

ปรึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิตามินดี ภาวะขาดแคลเซียมและวิตามินดี

ศูนย์ตรวจสุขภาพ โทร.0 2838 5555 ต่อ 30298 - 9