บทความสุขภาพ
Feed

ภาวะไขมันในเลือดสูง

09 July 2019

 

ภาวะไขมันในเลือดสูง

ในปัจจุบันสาเหตุของการตายที่พบบ่อย คือ โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด อาจพบประมาณร้อยละ 50 ของประชากร ภาวะระดับไขมันในเลือดสูง นับเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ซึ่งเป็นต้นเหตุความพิการของหลอดเลือด อันเป็นผลจากการเพิ่มภาวะความไม่สมดุลของระดับไขมันทุกชนิดในกระแสเลือดของตนเอง เป็นความผิดปกติที่อาจเกิดกับผู้ใดก็ได้ไม่จำกัด อายุ เพศ อ้วน หรือผอม

 

ไขมันในเลือดมี 2 ประเภท

1. โคเลสเตอรอลได้มาจากการสังเคราะห์ที่ตับ หรือจากอาหารที่บริโภค มี 2 ชนิด คือ

1.1 แอล-ดี-แอล (LDL) คือ โคเลสเตอรอลอันตราย
1.2 เอช-ดี-แอล (HDL) คือ โคเลสเตอรอลดี

2. ไตรกลีเซอไรด์ มี 2 ชนิด คือ

2.1 ไคโลไมครอน ได้จากอาหารไขมันที่เราบริโภค
2.2 วี-แอล-ดี-แอล (VLDL) สังเคราะห์ที่ตับจากอาหาร แป้ง ของหวาน ผลไม้หวานที่เราบริโภค

 

สาเหตุของการเกิดภาวะไขมันในเลือดสูงแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม

  1. เกิดจากความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ ทำให้มีความบกพร่องในการเผาผลาญสารไขมัน ความผิดปกตินี้ถ่ายทอดไปยังลูกหลานได้ ถ้าได้รับความผิดปกติถ่ายทอดมากจากทั้งบิดาและมารดาร่วมกัน ระดับโคเลสเตอรอลในเลือดสูงประมาณ 700-1,000 มก./ดล. ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายจะเกิดตั้งแต่วัยเด็ก ถ้าไม่ได้รับการบำบัดจะเสียชีวิตตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 20 ปี ถ้าได้รับการถ่ายทอดความผิดปกติจากบิดา หรือ มารดาฝ่ายหนึ่งฝ่ายเท่านั้น ระดับโคเลสเตอรอลในเลือดสูงประมาณ 300-500 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ถ้าไม่ได้รับการบำบัด ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย จะเกิดเมื่ออายุประมาณ 20-30 ปีไปแล้ว
  2. เกิดเป็นผลจากโรคอื่นซึ่งเป็นสาเหตุทำให้การเผาผลาญสารไขมันผิดปกติ เช่น โรคเบาหวาน โรคต่อมไธรอยด์ไม่ทำงาน โรคตับ โรคไต โรคพิษสุราเรื้อรัง หรือเป็นจากการใช้ยาบางอย่าง เช่น ยาขับปัสสาวะ ยาลดความดันโลหิต ยาคุมกำเนิดยากลุ่มสเตอรอยด์ และยาอื่นๆ อีกมาก ที่ผู้ป่วยบริโภคอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์

 

รายละเอียดที่ควรทราบก่อนไปตรวจระดับไขมันในเลือด

  1. เมื่อใดควรไปตรวจ ถ้าอายุเลข 35 ปี ควรไปตรวจทันที ถ้าผลออกมาปกติ ควรไปตรวจซ้ำทุก 1-2 ปี แต่ถ้ามีประวัติครอบครัวเป็นโรคอ้วน โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูงจากกรรมพันธุ์ โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมองตีบให้ไปตรวจก่อนอายุ 35 ปี และควรไปตรวจซ้ำทุก 6 เดือนถึง 1 ปี ปวดมากขึ้น ให้เรียกเจ้าหน้าที่ได้เลย 
  2. ถ้าไขมันในเลือดของท่านมีระดับสูงอยู่ในเกณฑ์ มีภาวะเสี่ยงสูง ต้องไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและต้องรับการรักษาทันที โดยการควบคุมอาหารร่วมกับยารักประทานและต้องไปรับการตรวจทุก 6-8 สัปดาห์ 
  3. บุตรหลานควรได้รับการตรวจ ถ้ามีประวัติครอบครัวมีโรคไขมันสูงจากกรรมพันธุ์หรือโรคหัวใจ เพราะเด็กอาจมีภาวะหลอดเลือดโคโลนารีของหัวใจตีบตัน และเสียชีวิตโดยปัจจุบันได้
  4. การเตรียมตัวไปตรวจ หลังอาหารเย็นแล้วงดอาหาร และเครื่องดื่มทุกชนิด ยกเว้นน้ำเปล่า คือ ประมาณ 12-14 ชั่วโมง ตอนเช้างดอาหาร แล้วไปเจาะเลือดตอนราวๆ เวลา 07.30-08.00 น. 
  5. หนึ่งอาทิตย์ก่อนไปเจาะเลือด ควรรับประทานอาหารธรรมดา จึงจะได้ระดับไขมันถูกต้องตามความจริงเวลาไปเจาะเลือด ควรเจาะในท่านั่งครึ่งนอนและควรนั่งในท่าเดิมทุกครั้ง เมื่อไปรับบริการตรวจเลือด
  6. ควรไปตรวจที่ห้องทดลอง ซึ่งมีพยาธิแพทย์หรือพนักงานเทคนิคการแพทย์ที่เชื่อถือได้ ผลจากการทดลองจึงจะถูกต้อง และห้องทดลองนั้นต้องมีการควบคุมมาตรฐานของเครื่องอย่างสม่ำเสมอ

 

การบำบัดภาวะไขมันในเลือดสูง

1. โภชนาบำบัดมีเป้าหมายเพื่อ

1.1 เพิ่มโคเลสเตอรอลดี (HDL)
1.2 ลดโคเลสเตอรอลอันตราย (LDL)
1.3 ลดไตรกลีเซอไรด์

2. เปลี่ยนแปลงแนวทางการดำเนินชีวิต และบริโภคนิสัยโดยการควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย แพทย์ผู้ดูแลควรแนะนำให้ความรู้ผู้ป่วยในเชิงปฏิบัติ ผู้ป่วยจะได้ตระหนักและถือปฏิบัติโดยเคร่งครัดให้ใหม่ (หลังการครอบแก้วอาจมีรอยม่วงคล้ำ ประมาณ 1-2 สัปดาห์ แล้วจะหายไปเอง)

 

สรุปข้อควรปฏิบัติเมื่อเกิดภาวะไขมันในเลือดสูง

  1. ลดน้ำหนัก ลดอาหารแป้ง อาหารหวาน ผลไม้ เช่น น้ำส้มคั้น น้ำมะเขือเทศ ทำให้ระดับไตรกลีเซอไรด์ลดลง
  2. งดสูบบุหรี่ เพราะบุหรี่ทำให้ระดับโคเลสเตอรอลด์ลดลง
  3. ออกกำลังกายโดยการเดิน วิ่งเหยาะๆ ว่ายน้ำ หรือ เต้นแอโรบิค จะทำให้ระดับโคเลสเตอรอลดีสูงขึ้น ซึ่งช่วยป้องกันให้ปลอดจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
    ข้อควรระวัง: ควรไปรับการตรวจสอบสมรรถนะการทำงานของหัวใจจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจก่อนออกกำลังกาย
    หมายเหตุ: ถ้าสภาพการทำงานของหัวใจดี ควรออกกำลังกายครั้งละ 20-30 นาที ประมาณอาทิตย์ละ 3 ครั้ง
  4. บริโภคน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันถั่วลิสงและน้ำมันมะกอกแทนไขมันจากสัตว์ ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทที่มีโคเลสเตอรอลสูง เช่น หอยนางรม เครื่องในสัตว์ ไข่แดง (ควรบริโภคเฉพาะไข่ขาว เพราะไข่ขาวไม่มีโคเลสเตอรอล
        เลย) ถ้าต้องการบริโภคไข่แดง ควรบริโภคได้ไม่เกินอาทิตย์ละ 2 ฟอง การปรุงอาหารควรหลีกเลี่ยงการ ทอด ผัด ควรปิ้ง ย่าง หรือนึ่งแทน

 

การบำบัดโดยการใช้ยา

ถ้าหากใช้โภชนาบำบัดเป็นเวลา 2 เดือนแล้วไม่ได้ผล ให้ใช้ยาบำบัดร่วมต่อไปภายใต้การดูแล และให้คำปรึกษาแนะนำจากแพทย์ผู้ชำนาญเท่านั้น

 

หมายเหตุ

ถ้าท่านเป็นโรคไขมันในเลือดสูง อันเป็นผล เนื่องมาจากโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคต่อมไธรอยด์ไม่ทำงาน โรคตับ โรคไต หรือโรคพิษสุราเรื้อรัง ท่านควรได้รับการตรวจระดับไขมันในเลือดทุกชนิด ทั้งโคเลสเตอรอลดี โคเลสเตอรอลอันตราย ไตรกลีเซอไรด์ และควรได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้ชำนาญเพื่อตรวจสอบว่าท่านจะมีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดแข็งตีบ ซึ่งจะเป็นผลนำไปสู่อัมพฤกษ์ อัมพาต และภาวะการตีบตันของหลอดเลือดโคโรนารี ซึ่งไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งอาจเป็นผลให้เสียชีวิตในปัจจุบัน โดยมิได้กล่าวคำอำลา

 

--------------------------------
>>> ดาวโหลดโบรชัวร์ <<
--------------------------------