บทความสุขภาพ
Feed

ไขข้อสงสัย...เกี่ยวกับ "วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก"

07 June 2017

 

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก

           โรคมะเร็งปากมดลูกเป็นโรคมะเร็งที่เกิดบ่อยที่สุดของคุณสุภาพสตรี และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตในอันดับต้นๆ การรักษาโรคมะเร็งปากมดลูกจะได้ผลดีเมื่อสามารถค้นหาโรคได้ในระยะเริ่มแรกโดยการตรวจภายใน มักจะรักษาโดยการผ่าตัด หรือการให้รังสีรักษา แต่หากพบโรคในระยะท้ายของโรคก็อาจจะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ ดังนั้นการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกน่าจะเป็นวิธีที่ดี

 

เมื่อไรจึงจะฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก ?

มีคำแนะนำจากองค์การอาหารและยาของอเมริกาแนะนำว่าให้เริ่มฉีดเมื่ออายุประมาณ 11-12 ปี แต่อาจจะฉีดเมื่ออายุ 9 ปีก็ได้ เนื่องจากเด็กในช่วงอายุดังกล่าวยังไม่มีการติดเชื้อ HPV และช่วงดังกล่าวเด็กจะสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้อย่างเต็มที่

นอกจากนั้นยังแนะนำว่าว่าผู้ที่อายุตั้งแต่ 13-26 ที่ไม่เคยฉีดวัคซีน หรือฉีดไม่ครบควรจะได้รับการฉีดวัคซีนทุกคน

 

จะต้องฉีดกี่เข็ม ?
ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ฉีดสามเข็มคือ เข็มที่สองและสามห่างจากเข็มแรกสองและสี่เดือนตามลำดับ ทั้งนี้เพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิได้เต็มที่เพื่อป้องกันการติดเชื้อ HPV

  • ครั้งที่1ให้ฉีดตามที่กำหนด
  • ครั้งที่สองห่างจากครั้งแรก 1-2 เดือน
  • ครั้งที่ 3 ห่างจากเข็มแรกประมาณ 6 เดือน

 

สำหรับผู้ที่อายุมากกว่า 26 ปี หรือมีเพศสัมพันธุ์แล้วยังได้ประโยชน์จากการฉีดวัคซีนหรือไม่ ?

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกจะมีภูมิต่อเชื้อ HPV type 6, 11, 16 และ 18 ดังนั้นหากท่านยังไม่ได้รับเชื้อดังกล่าว ท่านก็ยังได้ประโยชน์จากการฉีดวัคซีน สำหรับท่านที่ชอบเปลี่ยนคู่นอน ท่านมีโอกาสที่จะติดเชื้อไปแล้วอาจจะไม่ได้ประโยชน์จากการฉีดวัคซีน

วัคซีนนี้อันตรายหรือไม่ ?

เท่าที่มีการใช้ไป 16 ล้านเข็ม มักจะมีอาการเจ็บบริเวณที่ฉีดเล็กน้อย ไข้ต่ำๆ เหมือนคนเป็นหวัด เวียนศีรษะเล็กน้อย ผลข้างเคียงรุนแรงก็พบได้น้อย

คนที่ฉีดวัคซีนแล้วจำเป็นต้องทำ PAP Smear หรือไม่ ?

การตรวจภายในยังคงมีความจำเป็นแม้ว่าคุณได้ฉีดวัคซีนไปแล้ว เพราะการตรวจภายในจะสามารถตรวจโรคอื่นได้ด้วย

 

วัคซีนนี้จะให้ในคนท้องได้หรือไม่ ?

ขณะนี้ยังไม่แนะนำให้ในคนท้องเนื่องจากยังไม่มีการศึกษาถึงประสิทธิภาพในคนท้อง และยังไม่มีการศึกษาถึงผลกระทบต่อทารก หากทราบว่าตั้งครรภ์หลังจากฉีดไปหนึ่งเข็ม แนะนำให้หยุดฉีดวัคซีนจนกระทั่งคลอดบุตรแล้วจึงฉีดต่อ

สำหรับท่านที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนจะป้องกันตัวเองอย่างไร ?

การติดต่อของเชื้อ HPV ติดต่อโดยทางเพศสัมพันธ์ ดังนั้นควรจะสวมถุงยางอนามัย และไม่ควรจะเปลี่ยนคู่นอน และงดการสูบบุหรี่

วัคซีนนี้จะป้องกันได้นานแค่ไหน ?

จากการศึกษาเบื้องต้นวัคซีนนี้สามารถอยู่ได้นาน แต่กำลังศึกษาว่าจำเป็นต้องฉีดวัคซีนกระตุ้นหรือไม่

 

วัคซีนนี้ใช้กับผู้ชายได้หรือไม่ ?

การติดเชื้อ HPV ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์การให้วัคซีนนี้ในผู้ชายน่าจะได้ประโชน์การป้องกันหูด และมะเร็งที่ทวาร แต่เนื่องจากอัตราการเกิดโรคยังต่ำจึงไม่แนะนำ แต่เรื่องการป้องกันมะเร็งยังไม่มีข้อมูล แต่ผลโดยอ้อมน่าจะลดการติดเชื้อ HPV ในผู้หญิง

ก่อนจะต้องตรวจว่าเคยติดเชื้อ HPV มาก่อนหรือไม่ ?

ไม่จำเป็นต้องตรวจหาเชื้อ HPV ก่อนการฉีดวัคซีน เพราะไม่สามารถบอกได้ว่าเคยติดเชื้อ HPV มาก่อนหรือไม่ การเจาะหาภูมิต่อเชื้อก็ยังทำไม่ได้ ต้องตรวจทำ PAP ฉีดวัคซีนหรือไม่

ขึ้นกับประวัติการมีเพศสัมพันธ์ และประวัติการตรวจภายใน

1. หากไม่มีประวัติมีเพศสัมพันธ์ก็สามารถฉีดวัคซีนได้เลย

2. หากมีประวัติเพศสัมพันธ์มาก่อน

1.1 หากไม่เคยทำ PAP ก็ให้ทำ PAP เพื่อคัดกรองหามะเร็งปากมดลูก

  • หากผลปกติก็ให้ฉีดวัคซีนได้
  • หากผลผิดปกติก็ให้รักษาตามมาตรฐาน

1.2 หากตรวจภายในอย่างสม่ำเสมอก็ให้ฉีดวัคซีนได้

วัคซีนนี้จะป้องกันโรคหูดได้ทุกชนิดหรือไม่ ?

เนื่องจากวัคซีนนี้ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อ HPV ได้ทุกชนิดดังนั้นจึงไม่สามารถป้องกันมะเร็งปากมดลุกได้ทั้งหมดคือจะป้องกันมะเร็งปากมดลุกได้ประมาณร้อย70 และไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์


ขอบคุณข้อมูลจาก:
ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย 
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
สมาคมมะเร็งนรีเวชไทย
สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา ฝ่ายรังสีวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

 

หากมีข้อสงสัยอื่นๆเกี่ยวกับ วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 
แผนกสูติ-นรีเวชกรรม โทรศัพท์ 0 2838 5555 ต่อ 10250-1 หรือ  0 2838 5563 (สายตรง)