บทความสุขภาพ
Feed

"ความดันโลหิตสูง" ภัยเงียบ..ที่คุณอาจไม่รู้ตัว

21 April 2017

ความดันโลหิต คืออะไร ?? ความดันโลหิตเท่าไรเรียกว่าปกติ

     ปัจจุบันความดันโลหิตที่เรียกว่า “ เหมาะสม ”  ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 18 ปี  คือ ความดันโลหิตค่าบนไม่เกิน 120 มม.ปรอท และความดันโลหิตค่าล่างไม่เกิน 80 มม.ปรอท เรียกสั้นๆ ว่า 120/80 ความดันโลหิตสูงเล็กน้อย   ควรติดตามอย่างใกล้ชิด คือ 120-139/80-89 มม.ปรอท จะเรียกได้ว่าความดันโลหิตสูงเมื่อความดันโลหิตตัวบนมากกว่า (หรือเท่ากับ) 140 และตัวล่างมากกว่า (หรือเท่ากับ)  90  มม.ปรอท  อย่างไรก็ตามก่อนที่จะเรียกว่ามีความดันโลหิตสูงได้นั้น    แพทย์จะต้องวัดซ้ำหลายๆครั้ง  หลังจากให้ผู้นั้นพักแล้ว  วัดซ้ำจนกว่าจะแน่ใจว่าสูงจริงและที่สำคัญเทคนิคการวัดต้องถูกต้องด้วย

 

ระดับความดัน ความดันโลหิตตัวบน (มม.ปรอท)   ความดันโลหิตตัวล่าง (มม.ปรอท)
ความดันโลหิตที่เหมาะสม < 120 และ <80
ความดันโลหิตสูงเล็กน้อย 120-139 หรือ 80-89
ความดันโลหิตสูง      
ระดับที่ 1 140-159 หรือ 90-99
ระดับที่ 2 >160 หรือ >100

 

ความดันโลหิตสูงเกิดจากอะไร ?  มีอาการอย่างไร ?

     จนถึงปัจจุบันนี้ความดันโลหิตสูงก็ยังเป็นโรคที่ไม่ทราบสาเหตุเป็นส่วนใหญ่ มีหลายปัจจัยมาเกี่ยวข้องทั้งพันธุกรรม และสิ่งแวดล้อม เช่น อาหารเค็ม เชื้อชาติ มีเพียงส่วนน้อย (ต่ำกว่าร้อยละ 5)  ที่ทราบสาเหตุ ได้แก่ ความผิดปกติของหลอดเลือด ไตวาย หรือเนื้องอกบางชนิด  ความดันโลหิตสูง

 

ทำไมต้องลดความดันโลหิต ? 

          การปล่อยให้ความดันโลหิตสูงอยู่เป็นระยะเวลานานจะทำให้เกิดการเสื่อมสภาพของหลอดเลือดแดง    โดยเฉพาะหลอดลือดแดงเลี้ยงสมอง  ตา  หัวใจ  และไต     จึงทำให้หลอดเลือดสมองแตก หรือตีบตัน เป็นอัมพาต  ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้  โรคหัวใจขาดเลือด ไตวายเรื้อรัง  เป็นต้น     นอกจากนั้นแล้วความดันโลหิตสูงยังทำให้หัวใจต้องทำงานหนักมากขึ้น  นานเข้าก็จะเกิดภาวะหัวใจโต   กล้ามเนื้อหัวใจหนา  ซึ่งอาจเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวหรือหัวใจวายตามมาได้      ดังนี้แล้วจะเห็นได้ว่าการละเลยไม่สนใจรักษาโรคนี้ก็จะมีโทษต่อตนเองในอนาคตได้มากมาย  ซึ่งส่วนใหญ่แล้วแต่เป็นภาวะแทรกซ้อนต่างๆ  ที่สามารถป้องกันได้โดยการควบคุมความดันโลหิต

 

ความดันโลหิตสูงเป็นโรคที่ไม่ทราบสาเหตุ  การกินยาเป็นเพียงการรักษาที่ปลายเหตุ  ดังนั้นจึงจำเป็นต้องรักษาตลอดไป

  • การรักษาแบ่งเป็น 2 ส่วน   คือ การไม่ใช้ยา กับการใช้ยา    การไม่ใช้ยา หมายถึง การลดน้ำหนักออกกำลังกายสม่ำเสมอ  งดบุหรี่ และหลีกเลี่ยงอาคารเค็มในผู้ที่ความดันโลหิตสูงเล็กน้อย   อาจเริ่มรักษาโดยไม่ใช้ยา  แต่หากมีปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจอยู่ด้วยก็อาจจำเป็นต้องใช้ยาร่วมด้วย
  • การรักษาความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติตลอดเวลา จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคแทรกทางสมอง  หัวใจไตและหลอดเลือดได้
  • เนื่องจากผู้ที่เป็นส่วนใหญ่ไม่มีอาการผิดปกติ แม้ความดันโลหิตจะสูงมากๆ ก็ตาม  ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้อาการมาพิจารณา
  • นอกจากการกินยาแล้ว  การควบคุมน้ำหนัก  ออกกำลังกายสม่ำเสมอ  ทำจิตใจให้ผ่องใสงดอาหารเค็ม   ก็จะช่วยให้ควบคุมความดันโลหิตได้ดียิ่งขึ้น

 

ข้อมูลโดย  :  ศูนย์ตรวจสุขภาพ  โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์