บทความสุขภาพ
Feed

ไข้เลือดออก

26 September 2016

 

ไข้เลือดออกคืออะไร ?  

ไข้เลือดออก  คือ  การติดเชื้อไวรัสไข้เลือดออก ซึ่งมี 4 ชนิด แต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน การป่วยด้วยไวรัสไข้เลือดออกชนิดหนึ่งไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อจากชนิดไวรัสไข้เลือดออกที่ต่างกันได้ คนหนึ่งจะเป็นไข้เลือดออกได้มากกว่า 1 ครั้ง เชื้อไวรัสไข้เลือดออกมียุงลายเป็นพาหนะนำ  ยุงนี้พบมากในเอเชีย  อเมริกาใต้  และอเมริกากลาง
 

ไข้เลือดออกมีอาการอย่างไร ?  

อาการไข้เลือดออกเกิดขึ้น 4 – 7 วัน  หลังถูกยุงที่มีเชื้อโรคกัด  บางคนอาจจะมีอาการหลังถูกยุงกัด 2 สัปดาห์  อาการอยู่นาน 5 – 7 วันเป็นส่วนมาก  อาการเป็นมากบ้างน้อยบ้างขึ้นกับบุคคล

  • อาการทั่วไปประกอบด้วยมีไข้,  ปวดศีรษะ,  ปวดหลังกระบอกตา,  ปวดข้อ,  ปวดกล้ามเนื้อ,  เพลียเป็นเวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์,  มีผื่นราบหรือนูนเล็กน้อย,  ผื่นอาจจะคัน,  ผื่นมักพบได้เป็นผู้ป่วยที่เป็นไข้เลือดออกครั้งแรก
  • บางคนมีอาการทางท้อง เช่น คลื่นไส้,  อาเจียน,  ท้องเสีย
  • บางคนมีอาการไอ  เจ็บคอ  คัดจมูก  คล้ายเป็นหวัด  อาจจะมีคออักเสบได้
  • อาการตาแดง  และต่อมน้ำเหลืองโตก็พบได้บ่อย  และเลือดออกเป็นจุดเล็กๆ ตามผิวหนัง  และถ่ายดำ
  • คนที่มีอายุน้อย  เช่น  เด็ก  หรือวัยรุ่น  มักมีอาการไม่รุนแรง  คนที่เคยติดเชื้อไวรัสไข้เลือดออกมาแล้ว  มีโอกาสรุนแรงได้สูง  อาการรุนแรงประกอบด้วย  อาการปวดท้องมาก,  เลือดออกเป็นจ้ำตามผิวหนังทั้งที่ไม่ได้กระแทกอะไร อาเจียนเป็นเลือด  เลือดกำเดาออก  ถ่ายดำเข้ม  มีอาการชัก  ประจำเดือนมามาก
  • ตับอักเสบรุนแรง  พบได้บ้างในผู้ป่วยไข้เลือดออก  โดยที่เชื้อไวรัสทำลายตับโดยตรง  หรือตับถูกทำลายจากการที่ภูมิคุ้มกันที่มีปฏิกิริยารุนแรงต่อเซลของผู้ป่วย
  • การอักเสบของกล้ามเนื้อหัวใจพบได้น้อยและอาจจะรุนแรงจนเสียชีวิตได้  คนที่มีโรคหัวใจรุนแรง  เรียกว่า  fulminant myocarditis  คนเหล่านี้  มีไข้  หัวใจเต้นเร็วและความดันตกรวดเร็วมาก  คลื่นไฟฟ้าหัวใจคล้ายหัวใจขาดเลือดไปเลี้ยง มี  cardiac enzyme  สูงโดยที่เส้นเลือดหัวใจปกติ  หัวใจฉีดเลือดไปเลี้ยงไม่พอ  และเสียชีวิตได้ในเวลารวดเร็ว พวกที่มี  persistent Q wave  และ  left bundle branch block  มักจะมีหัวใจล้มเหลวได้มาก
  • ส่วนผู้ป่วยที่กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบไม่มากนักมักไม่มีไข้  มีหัวใจเต้นเร็ว  โดยความดันไม่ต่ำ  เชื้อไวรัสไข้เลือดออกอาจกระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกาย  ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบเรื้อรัง  ที่เรียกว่า  chronic active  หรือ  chronic persistent myocarditis
  • คนจำนวนหนึ่งจะมีไวรัสไข้เลือดออกขึ้นสมอง  ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสทั่วไปมักมี  เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดต่ำ  แต่บางคนก็มีเม็ดเลือดขาวสูงได้

 

ผู้ป่วยควรไปพบแพทย์หรือไม่  

ผู้ป่วยควรพบแพทย์ถ้าสงสัยเป็นไข้เลือดออก  เพราะอาการรุนแรงมีเลือดออก  หรืออาการแทรกซ้อนเกิดได้ประมาณ 1-2 สัปดาห์  หลังการติดเชื้อ  แพทย์ตรวจหา  IgM  และ  IgG   เพื่อยืนยันว่าผู้ป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกจริง  แต่ผลเลือดมักจะได้มาหลังจากที่อาการดีขึ้นแล้ว  จึงไม่มีผลต่อการรักษา  การดูแลใกล้ชิดในสถานพยาบาล  จึงเป็นวิธีป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ดี
               

การรักษา  

แพทย์ยังไม่มีวิธีฆ่าเชื้อไวรัสไข้เลือดออก  แต่สามารถรักษาภาวะแทรกซ้อนได้  ถ้ามีเลือดออกมากต้องให้เลือด  ถ้ามีอาการ  shock  เนื่องจากของน้ำและเกลือแร่ออกไปจากหลอดเลือดมากก็ต้องให้น้ำและเกลือแร่ตามความเหมาะสม

 

หญิงตั้งครรภ์,  เด็ก,  ทารก,  ผู้สูงอายุ,  คนอ้วน,  ผู้เป็นเบาหวาน,  โรคไต  จะมีอาการรุนแรงกว่าปกติ 

 

จะรักษาตนเองอย่างไร ? 

ถ้าแพทย์บอกว่าไม่ต้องอยู่รพ.ก็สามารถรักษาตนเองที่บ้านได้  ให้พักผ่อน  ดื่มน้ำมาก ๆ  วัดความดันและชีพจรบ่อยๆ  ถ้ามีอาการเปลี่ยนแปลงให้รีบไปโรงพยาบาล
ถ้ามีไข้ให้ใช้ยา Paracetamal  ได้  ห้ามใช้ NSAIDS  เพราะเสี่ยงต่อการเกิดเลือดออก  และในเด็กอาจจะเกิด Reye syndrome

 

จะป้องกันได้อย่างไร ?

  • ป้องกันยุงกัด  โดยเฉพาะเวลากลางวัน  โดยใส่เสื้อแขนยาว,  กางเกงขายาวเมื่อออกนอกบ้าน,  เมื่ออยู่ในบ้าน  ให้อยู่ในห้องมุ้งลวด  หรือห้องปรับอากาศ  อาจจะใช้ยาทากันยุงทาตัวร่วมด้วยได้
  • พยายามขจัดภาชนะ  หรือแหล่งน้ำขัง  เช่น  สวนน้ำ  ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง
  • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออก    (แพคเกจวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือกออก CLICK )

 

เอกสารอ้างอิง :

1.Long term outcome of fulminant myocarditis as compared with acute (nonfulminant) myocarditis. N Engl J Med. 2000;  342 (10):  690.
2. Myocarditis N Engl J Med.  2009;  360;  1526-38.
3.Repeated dengue shock symdrome and “dengue myocarditis” responding dramatically to a single dose
   of methyl prednisolone.  Int. J. Infect Disease  2012;  Jul 16(7):  e565-9.
4.Patient Information: Dengue Fever (The Basics)  www.uptodate.com  2012.